“ตรีนุช” ตรวจเยี่ยมการเปิดภาคเรียน 1 พฤศจิกายน

“ตรีนุช” ตรวจเยี่ยมการเปิดภาคเรียน 1 พฤศจิกายน

“ตรีนุช” ตรวจเยี่ยมการเปิดภาคเรียน 1 พฤศจิกายน เมื่อวันจันทร์ ที่ 1 พฤศจิกายน 2564 นางสาวตรีนุช เทียนทอง รัฐมนตรี ว่าการกระทรวงศึกษาธิการ ลงพื้นที่ตรวจเยี่ยม การเปิดภาคเรียนที่ 2 / 2564 ของสถานศึกษา ในจังหวัดสมุทรสาคร เพื่อตรวจเยี่ยม ระบบคัดกรอง และมาตรการการป้องกัน การแพร่ระบาด ของโรคติดเชื้อ ไวรัสโคโรนา 2019 (Covid-19)

รวมถึง การจัดการเรียน การสอน ในช่วงสถานการณ์ โควิด – 19 โดยมีผู้บริหาร ของกระทรวงศึกษาธิการ อาทิ

  • นายอัมพร พินะสา เลขาธิการคณะกรรมการการศึกษา ขั้นพื้นฐาน
  • นายเทอดชาติ ชัยพงษ์ ผู้ช่วยเลขาธิการ กพฐ.
  • รวมถึงคณะทำงาน ร่วมติดตามการลงพื้นที่ในครั้งนี้ด้วย

ตรวจเยี่ยมการเปิดภาคเรียน 1

นางสาวตรีนุช กล่าวว่า จากการลงพื้นที่ ตรวจเยี่ยม สถานศึกษา ใน จังหวัดสมุทรสาคร ในส่วนของ โรงเรียนขนาดใหญ่ อย่างเช่น โรงเรียนสมุทรสาครวิทยาคม ที่ได้ตรวจเยี่ยมในวันจันทร์ ที่ 1 พฤศจิกายน 2564 หากเปิดเรียนแบบ On-site ก็จะมีการจัด การเรียนการสอน แบบสลับชั้นเรียน หรือสลับวันมาเรียน วันคู่ วันคี่ สล็อต

ซึ่งเป็นมาตรการ รูปแบบหนึ่ง ที่ทางกระทรวงศึกษาธิการ กำหนด เพื่อให้มีการ เว้นระยะห่าง ทางสังคม รวมถึง มีการฉีดวัคซีน ครู ซึ่งขณะนี้ ฉีดไปได้แล้ว กว่า 90% เป็นการดำเนิน ตามกรอบ ที่ให้ไว้ เป็นอย่างดี ทั้งนี้ สิ่งที่เรา เน้นย้ำมาตลอด

นอกจาก เรื่องการฉีดวัคซีน ก็คือ การปฏิบัติตาม 6 มาตรการหลัก 6 มาตรการเสริม และ 7 มาตรการเข้มงวด โดยเว้นระยะห่าง มีการสวมหน้ากาก ล้างมือด้วย เจลแอลกอฮอล์ และรักษาความสะอาด อยู่อย่างสม่ำเสมอ

ซึ่งเน้นย้ำ ให้ทางโรงเรียน และคุณครู ปฏิบัติตาม มาตรการ อย่างเคร่งครัด รวมถึงต้องมีแผน เผชิญเหตุหากมี นักเรียน ครู หรือ บุคลากร ในโรงเรียน พบอาการติดเชื้อ ก็จะต้องมี กระบวนการรับมือ โดยร่วมกับ สาธารณสุขจังหวัด และหน่วยงาน ในพื้นที่

สำหรับการตรวจโควิด ในโรงเรียน ด้วยชุดตรวจ ATK (Antigen Test Kit) จะใช้ในพื้นที่ ที่มีความสุ่มเสี่ยง หรือพื้นที่ ที่ต้องเฝ้าระวัง เป็นพิเศษ โดยอยู่ภายใต้ มาตรการ ของคณะกรรมการ โรคติดต่อจังหวัด เนื่องจาก แต่ละพื้นที่ แต่ละโรงเรียน มีบริบทที่แตกต่างกัน

ซึ่งคณะกรรมการ โรคติดต่อจังหวัด จะร่วมกับ ผู้อำนวยการโรงเรียน ผู้อำนวยการเขตฯ และศึกษาธิการจังหวัด ในการประเมินว่า พื้นที่ใด มีความจำเป็น ต้องใช้การตรวจดังกล่าว และหากเกิด กรณีที่พบว่า ครู หรือ นักเรียน ติดเชื้อโควิด ในส่วนนี้ ก็จะมีคู่มือ ให้ทุกโรงเรียน เป็นแนวปฏิบัติอยู่แล้ว

เช่น มีการกักตัว มีการปิดห้องเรียน ที่มีผู้ติดเชื้อ เพื่อทำความสะอาด โดยอาจไม่ต้องปิดทั้งโรงเรียน แต่จะดูว่า ผู้ที่ติดเชื้อ มีส่วนเกี่ยวข้อง กับส่วนใดบ้าง หรือหากครอบครัวไหน ที่เป็นกลุ่มเสี่ยง คุณครูก็จะเป็น คนคอยประสาน เพื่อรับทราบข้อมูล ของเด็กได้ทันที

เราให้ความสำคัญ ในเรื่องของ ความปลอดภัย มากที่สุด หากโรงเรียนใด ที่เห็นว่า ยังไม่พร้อม ในการเปิดเรียนแบบ On-site ก็สามารถทำได้ ซึ่งในวันจันทร์ ที่ 1 พฤศจิกายน 2564 มีโรงเรียนที่เปิด On-Site จำนวน 11,015 โรงเรียน จากจำนวน 29,021 โรงเรียนทั่วประเทศ

หลังจากนี้ ก็จะมีการทยอยเปิด ต่อไปเรื่อย ๆ จนครบ ในส่วนของ เด็กนักเรียน ที่ยังไม่ได้รับการ ฉีดวัคซีน ก็สามารถ เข้ามาเรียนได้ ซึ่งจากตัวเลขเดิม ที่มีผู้ประสงค์ เข้ารับการฉีดวัคซีน ในขณะนี้ มีจำนวนเพิ่มขึ้น อยู่ตลอด แสดงให้เห็นว่า ผู้ปกครอง มีความมั่นใจมากขึ้น แต่ก็อาจจะมีบางส่วน ที่กำลังอยู่ในช่วง ของการตัดสินใจ

ซึ่งเราก็ได้เน้นย้ำกับ คุณครู และโรงเรียน ว่าวัคซีน เป็นตัวช่วยอย่างหนึ่ง แต่สิ่งที่จำเป็น และสำคัญ คือ มาตรการป้องกัน การแพร่ระบาด ที่ต้องปฏิบัติตาม อย่างเคร่งครัด

“สำหรับ การจัดการเรียน การสอน ในช่วงเปิดเทอมแรก ๆ ต้องให้คุณครู ทำความเข้าใจกับ เด็กนักเรียน ให้เด็ก ๆ มีความสุข กับการมาโรงเรียนก่อน ทั้งในเรื่องของ การปรับพฤติกรรม

เนื่องจาก เด็กเรียนอยู่ที่บ้าน มาเป็นเวลานาน ก็ต้องปรับสภาพ ให้เด็กมีความสุข กับการเรียนรู้ก่อน เมื่อเด็กมีความพร้อมแล้ว ก็ค่อยเพิ่ม วิชาความรู้เข้าไป คาดว่า จะทำให้เด็ก สามารถติดตาม ทบทวนเนื้อหา การเรียนได้ทัน” รมว.ศธ. กล่าว

“ทั้งนี้ในช่วง 2 สัปดาห์แรก เราไม่ได้เน้นในเรื่อง ของการจัดการเรียนการสอน ให้เต็มที่ แต่ต้องการ ให้ครูทำความเข้าใจ กับนักเรียน ว่าเราจะอยู่กับ โควิด – 19 ให้ปลอดภัยได้อย่างไร

เพื่อเกิดการ จัดการเรียนการสอน ที่มีประสิทธิภาพ รวมถึง ประเมินความพร้อม ของนักเรียน ว่ามีส่วนที่ยังขาด ตรงไหนบ้าง จะได้ทำการเสริม เพิ่มเติม ในส่วนนั้น เป็นการเติมเต็ม ในช่วงเวลา ที่นักเรียน ต้องเรียนอยู่บ้าน มาเป็นเวลานาน ให้ได้รับสาระ ความรู้ที่สมบูรณ์”

Leave A Comment

Your email address will not be published. Required fields are marked *