อธิบดีฝนหลวง ลงพื้นที่การปฎิบัติงานของฝนหลวงภาคเหนือ

อธิบดีฝนหลวง ลงพื้นที่การปฎิบัติงานของฝนหลวงภาคเหนือ

อธิบดีฝนหลวง ลงพื้นที่การปฎิบัติงานของฝนหลวงภาคเหนือ นายสำเริง แสงภู่วงค์ อธิบดีกรมฝนหลวง และการบินเกษตร ได้ลงพื้นที่ จังหวัดเชียงใหม่ เพื่อติดตาม ผลการปฏิบัติการ ฝนหลวง และการเติมน้ำ ต้นทุน ให้กับเขื่อน / อ่างเก็บน้ำ ในพื้นที่ภาคเหนือ โดยช่วงเช้า ได้เดินทาง ไปยังศูนย์ปฏิบัติการฝนหลวง ภาคเหนือ จังหวัดเชียงใหม่

จากนั้น ได้เดินทางต่อไป ยังโครงการส่งน้ำ และบำรุงรักษา แม่กวงอุดมธารา ตำบลลวงเหนือ อำเภอดอยสะเก็ด จังหวัดเชียงใหม่ โดยมีนายรังสรรค์ บุศย์เมือง ผู้อำนวยการ ศูนย์ปฏิบัติการฝนหลวง ภาคเหนือ จังหวัดเชียงใหม่ และนายอัธยา อรรณพเพ็ชร ผู้อำนวยการ โครงการส่งน้ำ และบำรุงรักษา แม่กวงอุดมธารา และหน่วยงาน ที่เกี่ยวข้อง ให้การต้อนรับ ไฮโล

นายสำเริง แสงภู่วงค์ อธิบดีกรมฝนหลวง และการบินเกษตร กล่าวว่า ปัจจุบันแม้ในหลายพื้นที่ ของภาคเหนือ จะมีฝนตก อย่างหนัก ผนวกกับ ศูนย์ปฏิบัติการ ฝนหลวงภาคเหนือ จังหวัดเชียงใหม่ ได้ออกปฏิบัติการ ฝนหลวง อย่างต่อเนื่อง ส่งผลให้เขื่อน และอ่างเก็บน้ำขนาดใหญ่ จังหวัดเชียงใหม่ มีปริมาณเพียงพอ ต่อการช่วยเหลือ พื้นที่ภาคเกษตร

แต่กรมฝนหลวงฯ ยังคงต้องเดินหน้า ออกปฏิบัติการ ทำฝนหลวง ไปจนถึง สิ้นเดือนตุลาคมนี้ โดยเน้นชี้เป้า เติมน้ำต้นทุน ให้เขื่อนกักเก็บน้ำ หรือเพิ่มปริมาณน้ำ เก็บกัก ให้กับ 2 เขื่อนใหญ่หลัก ๆ คือ เขื่อนแม่กวงอุดมธารา จังหวัดเชียงใหม่ และเขื่อนภูมิพล จังหวัดตาก

ซึ่งปัจจุบัน ยังมีปริมาณน้ำต้นทุน ต่ำกว่าเกณฑ์ เพื่อสำรอง ไว้เป็นน้ำต้นทุน ในการบริหารจัดการน้ำ ในช่วงฤดูแล้ง ปี 2565 โดยสถานการณ์น้ำ ในเขื่อนแม่กวงฯ ณ วันที่ 25 ตุลาคม ที่ผ่านมา ปริมาณน้ำในอ่าง 68 ล้าน ลบ.ม. หรือ 25.88% ของความจุอ่างฯ น้ำใช้การได้ 54 ล้าน ลบ.ม. ซึ่งถือว่าปริมาณน้ำต้นทุน ยังอยู่ในเกณฑ์ต่ำอยู่มาก

ฝนหลวงภาคเหนือ

อย่างไรก็ตาม สำหรับผลการดำเนินงาน ปฎิบัติการ ทำฝนหลวง ของ ศูนย์ปฏิบัติการฝนหลวงภาคเหนือ มีแผนปฏิบัติการ ฝนหลวง ภาคเหนือ ประจำปี 2564 ที่ผ่านมานั้น รับผิดชอบดูแลพื้นที่ การเกษตร 7 จังหวัด ได้แก่

  • จังหวัดเชียงใหม่
  • จังหวัดเชียงราย
  • จังหวัดแม่ฮ่องสอน
  • จังหวัดลำพูน
  • จังหวัดลำปาง
  • จังหวัดพะเยา
  • จังหวัดตาก

และเขื่อนขนาดใหญ่ จำนวน 6 แห่ง ได้แก่

  1. พื้นที่ลุ่มรับน้ำเขื่อนภูมิพล
  2. เขื่อนแม่งัดสมบรูณ์ชล
  3. เขื่อนแม่กวงอุดมธารา
  4. เขื่อนกิ่วลม
  5. เขื่อนกิ่วคอหมา
  6. เขื่อนแม่มอก

โดยผลปฏิบัติการ ระหว่างวันที่ 1 กุมภาพันธ์ ถึงวัรที่ 24 ตุลาคม 2564 ที่ผ่านมา (หน่วยงานปฏิบัติการฝนหลวงเชียงใหม่และตาก) หน่วยฯ เชียงใหม่ ทำการบิน 142 วัน ส่วนหน่วยฯ ตาก ทำการบิน 110 วันรวม 706 เที่ยวบิน ช่วยเหลือครอบคลุม ในพื้นที่ จังหวัดเชียงใหม่ จังหวัดตาก จังหวัดลำพูน จังหวัดลำปาง จังหวัดพะเยา จังหวัดเชียงราย จังหวัดแม่ฮ่องสอน

ส่วนผลปฏิบัติการฝนหลวง การช่วยเหลือ พื้นที่เกษตร ที่ประสบภัยแล้ง พบว่า บริเวณที่มีฝนตก 10 จังหวัด 76 อำเภอ) ได้แก่

  • จังหวัดเชียงใหม่
  • จังหวัดเชียงราย
  • จังหวัดลำปาง
  • จังหวัดลำพูน
  • จังหวัดพะเยา
  • จังหวัดตาก
  • จังหวัดแม่ฮ่องสอน
  • จังหวัดแพร่
  • จังหวัดกำแพงเพชร
  • จังหวัดสุโขทัย

ข้อมูลจาก การบินสำรวจพื้นที่ การเกษตร ในพื้นที่จังหวัดเชียงใหม่ ช่วงกลางเดือนตุลาคม ที่ผ่านมา พบว่า ในพื้นที่ทางการเกษตร ในจังหวัดเชียงใหม่ อาทิ อำเภอแม่ริม อำเภอแม่แตง อำเภอไชยปราการ อำเภอพร้าว และอำเภอเชียงดาว ข้าวระยะเริ่มแก่ และมีบางส่วน เริ่มเก็บเกี่ยวได้แล้ว

ส่วนพื้นที่ ที่ปลูกข้าวโพด มีทั้งเริ่มออกดอก และเริ่มแก่ และมีหลายพื้นที่ ปลูกมันฝรั่ง และลำไย ใบเขียวสด และเริ่มมีการตัดแต่งกิ่ง ซึ่งถือว่า เป็นที่น่าพอใจ ส่วนผลปฏิบัติการฝนหลวง การเติมน้ำต้นทุน ให้เขื่อนขนาดใหญ่ 6 แห่ง ในพื้นที่ภาคเหนือ ประกอบด้วย

  • เขื่อนภูมิพล
  • เขื่อนแม่งัดสมบรูณ์ชล
  • เขื่อนแม่กวงอุดมธารา
  • เขื่อนกิ่วลม
  • เขื่อนกิ่วคอหมา
  • เขื่อนแม่มอก

ปริมาณน้ำไหลลงเขื่อนรวม 301.55 ล้าน ลบ.ม. ส่งผลให้ปัจจุบันเขื่อนทั้ง 6 แห่งมีปริมาตรน้ำในเขื่อนรวม 8,238 ล้าน ลบ.ม.

อธิบดีกรมฝนหลวง กล่าวย้ำว่า แผนการปฏิบัติการ ฝนหลวง ภาคเหนือ ประจำปี 2565 ด้วยว่า แบ่งเป็น 4 ช่วง

  • ช่วงที่1 (ระหว่างเดือน กุมภาพันธ์ – เมษายน) จะเน้นแผนบรรเทาปัญหาหมอกควัน และไฟป่า (ลดความหนาแน่น ของหมอกควัน และลดปัญหาฝุ่นละอองขนาดเล็ก PM 2.5 รวมทั้งการเพิ่มความชุ่มชื้นให้กับพื้นที่ป่าไม้)
  • ช่วงที่2 (ระหว่างเดือน มีนา – พค.) เน้นแผนการยับยั้ง การเกิดพายุลูกเห็บ (บรรเทา และลดความเสียหาย จากการเกิดพายุลูกเห็บ ในพื้นที่การเกษตร)
  • ช่วงที่3 (ระหว่างเดือน กพ. – กย.) เน้น แผนการป้องกัน และแก้ไขภัยแล้ง (สร้างความชุ่มชื้น ให้กับพื้นที่ป่าไม้ และเพิ่มปริมาณน้ำฝน ในพื้นที่เกษตรกรรม)
  • ช่วงที่4 (ระหว่างเดือน กพ. – ตค.) เน้นแผนการเติมน้ำต้นทุน ให้เขื่อนกักเก็บน้ำ (เพิ่มปริมาณน้ำเก็บกักให้กับเขื่อนต่าง ๆ ทั่วประเทศ เพื่อสำรองไว้ เป็นน้ำต้นทุน ในการบริหาร จัดการน้ำ ในช่วงฤดูแล้ง)

Leave A Comment

Your email address will not be published. Required fields are marked *