ข้อควรรู้ก่อนและหลังติดตั้งฟิล์ม

ข้อควรรู้ก่อนติดตั้งฟิล์ม 1. รับทราบถึงคุณสมบัติของฟิล์มว่าแต่ละรุ่นมีคุณสมบัติอย่างไร 2. การติดทับจุดไข่ปลาบางส่วนไม่สามารถติดได้ และอาจทำให้ฟิล์มหลุดลอกก่อนหมดอายุการใช้งาน เนื่องจากพื้นผิวกระจกไม่เรียบ 3. การติดตั้งฟิล์มอาจส่งผลต่อเส้นไล่ฝ้า และเสาอากาศอาจชำรุดเสียหายได้ ซึ่งไม่อยู่ในรายละเอียดการรับประกันคุณภาพ 4. รับทราบถึงวิธีการดูแลรักษาฟิล์มที่ถูกต้อง (รายละเอียดตามข้อควรรู้ภายหลังการติดตั้งฟิล์ม) 5. รับทราบถึงวิธีการตรวจสอบคุณภาพฟิล์มภายหลังการติดตั้ง(รายละเอียดตามข้อควรรู้การตรวจสอบคุณภาพการติดตั้งฟิลมรถยนต์) 6. รับทราบถึงวิธีการกรอกบัตรลงทะเบียนรับใบรับประกันคุณภาพ และรายละเอียดข้อยกเว้นการรับประกันคุณภาพ(รายละเอียดตามข้อควรรู้การรับประกันคุณภาพ) 7. ทัศนวิสัยจากการมองผ่านกระจกเมื่อเปรียบเทียบกับกระจกติดฟิล์มกรองแสงอาจแตกต่างกันได้บ้าง 8. การติดฟิล์มบดบังบริเวณตัวรับสัญญาณระบบนำทาง หรือเนวิเกเตอร์ อาจส่งผลต่อการรับสัญญาณ (ถ้ามี) 9. การติดฟิล์มที่กระจกบานหน้ารุ่นใดๆ ก็ตามที่เคลือบด้วยโลหะเมื่อขับผ่นไฟสีเหลืองเข้ม จะเกิดลักษณะลายน้ำขึ้นมาจากคอนโซลด้านหนรถ และเมื่อขับผ่านไฟสีเหลืองเข้ม ไปแล้ว ลักษณะลายน้ำก็จะหายไป ฟิล์มติดรถยนต์

5 ชนิด ฟิล์มกันความร้อน รถยนต์ ที่ดีที่สุด

5 ชนิด ฟิล์มกันความร้อน รถยนต์ ที่ดีที่สุด 1. ฟิล์มกรองแสงแบบปกติ (Dyed Window Tint) ฟิล์มประเภทนี้ สามารถกรองแสงจากดวงอาทิตย์ให้มีความเข้มที่น้อยลง และสามารถสะท้อนรังสีได้บางส่วนเท่านั้น จึงทำให้ไม่สามารถลดปริมาณความร้อนสะสมได้อย่างมีประสิทธิภาพ นอกจากนั้นแล้ว ฟิล์มกรองแสงประเภทนี้ ยังไม่สามารถลดแสงสะท้อนจากภายนอกได้ดีเท่าที่ควร อีกทั้งมีอายุการใช้งานที่สั้นเมื่อเปรียบเทียบกับฟิล์มประเภทอื่นๆ ทำให้ฟิล์มกรองแสงแบบปกติ ไม่เป็นที่นิยมในปัจจุบัน 2. ฟิล์มลดความร้อนประเภทไอโลหะ (Metalized Window Tint) ฟิล์มความร้อนประเภทไอโลหะ โดยตัวฟิล์มจะมีการเคลือบผิวด้วยไอโลหะต่างๆ ทำให้มีความมันวาวเมื่อมองจากด้านนอก ฟิล์มประเภทนี้มีคุณสมบัติที่เหนือกว่าฟิล์มกรองแสงแบบปกติ 3. ฟิล์มประเภทคาร์บอน (Carbon Window Tint) ฟิล์มประเภทคาร์บอน จะเป็นการนำเอาโมเลกุลคาร์บอนมาผสมไว้ในเนื้อฟิล์ม โดยมีวัตถุประสงค์เช่นเดียวกันกับฟิล์มประเภทเคลือบโลหะ (หรือฟิล์มปรอท) นั่นก็คือการสะท้อนและลดความเข้มของรังสีต่างๆ เพื่อป้องกันความร้อนที่จะเข้ามายังห้องโดยสาร เนื่องจากมีฟิล์มประเภทนี้ มีการนำเอาคาร์บอนมาเคลือบที่ชั้นฟิล์ม ทำให้ฟิล์มคาร์บอนจะมีความเข้มที่มากกว่าปกติเมื่อมองจากภายนอก เหมาะอย่างยิ่งสำหรับคนที่ต้องการความเป็นส่วนตัวในการเดินทาง แต่ถึงแม้ว่าภายนอกจะดูมืด แต่เมื่อมองจากห้องโดยสารนั้น จะยังคงใสแจ๋วและชัดเจน ทำให้มีทัศนวิสัยการขับขี่ที่ดีเยี่ยมทั้งกลางวันและกลางคืน 4. ฟิล์มเซรามิค (Ceramic Window Tint) ฟิล์มกรองแสงเซรามิค เป็นการนำเอาอนุภาคขนาดจิ๋วของเซรามิคมาเคลือบเป็นชั้นฟิล์ม เมื่อมองจากภายนอกแล้ว จะมีความสว่างใส ทำให้รถดูสะอาดตา

Read More

รู้ลึกฟิล์มติดรถยนต์ 6 ประเภทเลือกแบบไหนดี?

เมืองไทยร้อนตับแตก รถยนต์จึงต้องติดฟิลม์กรองแสง ฟิล์มกรองแสงติดรถยนต์นอกจากช่วยกันความร้อนแล้ว ยังเพิ่มความสง่างามสวยเก๋ให้กับรถยนต์ รวมไปถึงช่วยให้คนขับรู้สึกถึงความเป็นส่วนตัวได้อีกด้วยฟิล์มติดรถยนต์ปัจจุบันมีให้เลือกมากมายเหลือเกิน เรามารู้ลึกฟิล์มติดรถยนต์ 3 ประเภท ที่จะเหมาะกับการใช้รถและไลฟ์สไตล์เรา 1.ฟิล์มติดรถยนต์แบบย้อมสี (Dyed) ฟิล์มชนิดนี้สามารถป้องกันแสงยูวี่ไม่ให้เข้าไปในรถยนต์ได้ประมาณ ร้อยละ 5 ถึง 50 ข้อดี สามารถลดแสงจ้า ราคาไม่แพง ไม่สะท้อนแสง มีสีเข้ม ข้อเสีย ด้วยเลเยอร์ของเนื้อฟิล์มทำให้อาจแยกออกจากกันเมื่อใช้ไปนานๆ มีแนวโน้มที่จะเกิดฟองอากาศ สีซีดไปตามกาลเวลาโดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อถูกแสงแดดจัดเป็นเวลานาน 2.ฟิล์มติดรถยนต์ประเภทเมทัลลิค (Metallic) เมทัลลิคจะอยู่ระหว่างชั้นป้องกันด้านนอกและด้านในของฟิล์มกาว ฟิล์มเมทัลลิดมีชั้นที่ช่วยป้องกันแสง UV รวมทั้งชั้นเมทัลลิคเพื่อสะท้อนรังสีความร้อนออกไป สามารถป้องกันรอยขีดข่วน รวมทั้งกันแสงไม่ให้เข้ามาในรถยนต์ได้ 60 -90 เปอร์เซ็นต์ ข้อดี คงทนและติดทนนาน สีไม่ซีดไปตามกาลเวลา มีประสิทธิภาพในการป้องกันรังสี UV สะท้อนความร้อนและป้องกันแสงจ้า ข้อเสีย มีลักษณะเป็นเงาและสะท้อนแสง เนื้อฟิล์มเมทัลลิคอาจรบกวนโทรศัพท์มือถือการส่งสัญญาณ GPS การรับสัญญาณวิทยุและอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์อื่น ๆ ได แพงกว่าฟิล์มย้อมสี 3.ฟิล์มติดรถยนต์ประเภทผสม (Hybrid) รู้ลึกฟิล์มติดรถยนต์ 6 ประเภท

Read More

ติดฟิล์มรถยนต์ ความเข้มกี่เปอร์เซ็นต์ดี

ฟิล์มติดรถยนต์ ความเข้มกี่เปอร์เซ็นต์ ทุกครั้งที่นำรถไปติด ฟิล์มกรองแสง ช่างติดตั้งมักจะถาม เราต้องการฟิล์มความเข้มเท่าไหร่ 40 %, 60 %, 80 % เลขดังกล่าวเป็นตัวเลขที่ตั้งขึ้นมาเพื่อให้เราทราบระดับความเข้มของฟิล์มที่เราต้องการ จำง่ายๆ ตัวเลขยิ่งมาก ฟิล์มยิ่งเข้มขึ้นเท่านั้น วิธีดูง่ายๆ ให้เราไปเปิด catalog เพื่อดู spec กวาดสายตาไปที่ ค่าแสงส่องผ่าน ชื่อเรียกความเข้ม %แสงส่องผ่าน ชื่อเรียกทั่วไป ฟิล์ม 40   35 – 50%  ฟิล์มใส, ฟิล์มซิ่ง ฟิล์ม60 15 – 25 % ฟิล์มดำ 60 ฟิล์ม 80  5 – 10 %  ฟิล์มดำ 80 สำหรับเรื่องที่ทุกคนกังวลกันมากคือเรื่องความเข้มของฟิล์มกรองแสง บอกเลยว่าติดเบอร์ไหนก็ได้เอาที่โดนใจ ไม่ลำบากกับสายตาของเรา และผู้มีอำนาจในการอนุมัติเงินในกระเป๋าของท่าน เพราะกฎหมายความเข้มของฟิล์มกรองแสง มีประกาศยกเลิกไปนานแล้ว แล้วเราจำเป็นต้องติดฟิล์มที่มีความเข้มเท่าไหร่กัน

Read More

ฟิล์มติดอาคารกับฟิล์มรถยนต์ ต่างกันอย่างไร

ฟิล์มติดอาคารกับฟิล์มติดรถยนต์ มีหลายๆครั้งที่ลูกค้าสับสนว่า ฟิล์มทั้งสองแบบนี้เป็นฟิล์มกรองแสงชนิดเดียวกัน ฟิล์มประเภทไหนจะดีกว่ากัน สามารถติดฟิล์มรถยนต์ทดแทนฟิล์มติดอาคารได้ ติดฟิล์มบ้านแบบไหนดี  เพราะฉะนั้นลองมาดูคุณสมบัติของฟิล์มแต่ละประเภทกัน ฟิล์มติดอาคาร ฟิล์มติดอาคาร คุณสมบัติจะหนากว่า แต่ยืดหยุ่นน้อยกว่าฟิล์มติดรถยนต์ เนื่องจาก งานติดอาคารไม่ต้องรีดฟิล์มไปตามส่วนโค้งเว้าของกระจก เพราะกระจกไม่โค้ง ถ้านำฟิล์มติดอาคารไปติดรถที่มีลักษณะกระจกโค้ง จะทำให้งานติดตั้งไม่เนี๊ยบ ฟิล์มจะไม่แนบสนิทไปตามส่วนโค้งเว้า ฟิล์มติดบ้าน ในการป้องกันแสงแดดหรือความร้อน ซึ่งจะค่อนข้างคล้ายกับฟิล์มติดรถยนต์ ซึ่งก็แล้วแต่รุ่นฟิล์ม เกรดฟิล์ม แต่ละยี่ห้อก็จะมีที่คุณสมบัติแตกต่างกันไป ฟิล์มติดอาคารบ้านเรือน จะมีความหนากว่า เหนียวกว่า ทำให้ฟิล์มอาคารทนแดดทนฝนมากกว่าฟิล์มติดรถยนต์  เพราะอาคารอยู่กับที่ไม่สามารถเคลื่อนย้ายได้ จึงมีด้านที่โดนแดดข้างเดียวทั้งวันเสมอ อีกทั้งเนื่องจากในบ้านมีความชื้นเยอะ ไม่เหมือนในรถยนต์ ทำให้ฟิล์มเสื่อมสภาพได้เร็ว จึงต้องผลิตเนื้อฟิล์มที่ทนกว่า ฟิล์มติดรถยนต์ ฟิล์มติดรถ มีความบาง และยืดหยุ่นมากกว่าฟิล์มติดอาคาร เนื่องจากในตอนติดตั้งลงบนกระจกรถ จะต้องมีการใช้ลมร้อนเป้าฟิล์มให้โค้งเว้าไปตามกระจก ด้วยเหตุนี้ ฟิล์มติดรถยนต์จึงต้องบาง และยืดหยุ่นกว่า ฟิล์มกรองแสงติดรถ มีชนิดของกาว และชั้นฟิล์มต่างกับฟิล์มอาคาร เป็นเพราะรถยนต์เคลื่อนที่ตลอดเวลา ทำให้โดนแดดไม่เยอะเท่าอาคาร จึงมีเนื้อฟิล์มที่บางกว่า ฟิล์มติดรถยนต์ ควรสะท้อนแสงน้อยกว่า เนื่องจากรถยนต์ต้องขับขี่บนท้องถนน ถ้าค่าสะท้อนแสงเยอะ จะทำให้แสงสะท้อนไปโดนคันอื่น ส่งผลรบกวนรถคันอื่นบนท้องถนนได้ สรุปถ้าว่าตามคุณภาพแล้ว ฟิล์มติดรถยนต์สามารถติดอาคารได้ไม่มีปัญหาแตกต่างกันมาก เนื่องจาก ฟิล์มมีความยืดหยุ่นสูง ร้านฟิล์มส่วนใหญ่จึงนิยมนำฟิล์มติดรถยนต์มาติดอาคารทดแทนกันได้ แต่อาจจะมีปัญหาเรื่องการรับประกันที่อาจจะไม่ยาวนานเท่า เช่น ฟิล์มติดรถยนต์รับประกัน 7 ปี

Read More

ฟิล์มติดรถยนต์หมดอายุ มีอาการอย่างไร

น้อยคนจะทราบว่า ฟิล์มติดรถยนต์ก็มีอายุการใช้งาน พวกมันไม่ได้เป็นสินค้าที่อยู่คงทนถาวรอย่างที่เราเข้าใจ บางคนอาจจะคิดว่าติดครั้งเดียวต้องใช้นานนับ 10 ปี วันนี้เราจะดูกันว่า ฟิล์มติดรถยนต์หมดอายุ มีอาการอย่างไรกันบ้าง 1.สีซีดลง อาการแรกที่จะเกิดขึ้น เมื่อฟิล์มเริ่มหมด อายุ คือ สีของมันจะซีดจางลง จากเดิม ส่วนใหญ่อาการนี้จะเกิดกับฟิล์มสีดั้งเดิม ฟิลม์สีเมื่อใช้งานนานไป สีที่เคยเข้มบดบังเราดี จะเริ่มอ่อน จางลง ตามอายุการใช้งาน เมื่ออ่อนมาก ก็จะไม่กันแสงแดดและความร้อนได้ดีเท่าเดิม นั่นคืแ เวลาที่คุณควรพิจารณาเปลี่ยนฟิล์ม 2.เริ่มรู้สึกร้อนขึ้น ถ้าคุณใช้รถทุกวันจะพบว่า นานวันไป เทียบช่วงระยะ 2-3 ปีแรกที่ติดฟิล์ม มันจะร้อนขึ้น  ในบางโอกาส อาจจะรู้สึกแสบผิวกว่าเดิม เนื่องจากรังสีจากแสดงแดดส่องทะลุฟิล์ม ทำให้เรารู้สึกได้ถึงแความร้อนและการเผาไหม้มากขึ้น ถ้าคุณกำลังเจอแบบนี้แนะนำครับว่า เปลี่ยนฟิล์มด่วนๆ เลย 3.ทัศนวิสัยเริ่มไม่ชัด  ในระยะแนกที่เราติดฟิล์มรถยนต์ จะพบว่า เวลาขับขี่มองเห็นอะไรชัดเจนแจ่มแมว ด้วยคุณภาพฟิล์มที่ดีในระยะแรก นานวันไปการเสื่อมสภาพของฟิล์มจะเริ่มขึ้นต่อเนื่อง เมื่ออายุเริ่มเสื่อมลง ภาพเริ่มไม่คมชัดเหมือนเดิมดั่งที่ผ่านมา เรื่องนี้มักจะเป็นสิ่งที่เกิดขึ้นและสังเกตง่าย แต่บางคนคิดว่าอาจจะเป็นที่สายตาของเรา ถ้าคิดว่าเราสายตาดีไม่มีปัญหา 4.ร่อน อาการฟิล์มร่อน เป็นอาการที่เกิดขึ้นได้จาก 2 สาเหตุ คือ 1.เกิดจากการติดตั้งไม่ดี

Read More