Alice in Borderland ที่กลายมาเป็นซีรีส์กระแสแรง!

Alice in Borderland ที่กลายมาเป็นซีรีส์กระแสแรง!

สวัสดีทุกคน ที่น่ารักชาว คนรักหนัง ที่น่ารักทุกคน เมื่อต้นเดือนที่ผ่านมาได้มีมหากาพย์ซีรีส์ใหม่บน Netflix ซึ่งเป็นซีรีส์ญี่ปุ่น แนว Survival เป็น Talk of the town ได้ เรียกได้ว่าพอเริ่มฉายปุ๊บก็ไต่อันดับขึ้นมาติด Top 5 ปั๊บ และนั่นก็คือ “Alice in Borderland” แต่ทว่าวันนี้ เราจะมารีวิวแบบเจาะลึกไปพร้อมกับฉบับมังงะกันกับ ” รีวิวแบบเจาะลึก Alice in Borderland ซีรีส์-มังงะ สุดเจ๋ง! แบบเทียบกันฉากต่อฉาก “ บอกเลยว่าคอแฟนคลับซีรีส์และมังงะเรื่องนี้ไม่ควรพลาดแน่นอน อย่ารอช้าไปเริ่มกันเลยดีกว่า 

“รีวิวแบบเจาะลึก Alice in Borderland มังงะ สุดเจ๋ง! แบบเทียบกันฉากต่อฉาก”

** คำเตือน! บทความนี้อาจมีการพูดถึงเนื้อหาสำคัญของซีรีส์บางส่วน

เรื่องย่อ: Alice in Borderland มังงะ

เรื่องราวของเด็กหนุ่มที่มีชื่อว่า อะริสุ เรียวเฮ แต่เพื่อนๆ ของเขาทั้งโชตะ และ คารุเบะ เรียกเขาว่า อลิส พวกเขาทั้งสามคนเป็นเด็กหนุ่มวัยมัธยมที่ไม่ได้มีความมุ่งมั่นหรือ Passion อะไรเหมือนคนอื่นเขา เรียกได้ว่าเหมือน Loser ของห้องหรือสังคมที่เขาอยู่เลยก็ว่าได้ ในวันหนึ่งขณะที่พวกเขาได้นั่งเล่นกันอยู่นั้นอยู่ๆ ก็เกิดแสงประหลาดพุ่งลงมาจากท้องฟ้า และเหมือนตัวของพวกเขาหลุดไปยังโลกหรือมิติหนึ่ง เมื่อลืมตาขึ้นมาอีกที บ้านเมืองพังละเนละนาด ไฟฟ้าถูกตัดขาด โทรศัพท์หรือเครื่องมือสื่อสารไม่สามารถใช้ได้

แต่ทว่าเมื่อพวกเขาต้องการหาคำตอบจากเรื่องนี้ ก็ได้พบความจริงที่ว่า เขากำลังอาศัยอยู่ในเมืองหนึ่งที่คล้ายโตเกียว แต่ถูกเรียกว่า “ดินแดนมรณะ” สิ่งที่ผู้อาศัยต้องทำในดินแดนแห่งนี้คือ การเล่นเกม ที่แบ่งระดับและประเภทตามหน้าไพ่ เพื่อต่ออายุวิซ่าตัวเอง ใครวีซ่าหมดเท่ากับเกมโอเวอร์ และไม่เพียงเท่านั้นในบางเกมที่พวกเขาต้องเล่นนั้น ก็อาจจะทำให้เกมโอเวอร์ได้เหมือนกัน ซึ่งนั่นหมายความว่า “ตาย” ด้วยเหตุนี้ทำให้อลิสและเพื่อนต้องจำใจอยู่ในดินแดนนี้ พร้อมกับตั้งคำถามมากมายว่า “เกิดอะไรขึ้นกับชีวิตของพวกเขากันแน่”

Alice in Borderland มังงะ

สิ่งที่เหมือนและต่างกันระหว่าง Alice in Borderland ในซีรีส์และในมังงะ

สำหรับเรานั้นสิ่งที่ต่างกันเลย ระหว่างซีรีส์และมังงะเลยคือ การเริ่มต้นและการดำเนินเรื่องในบางฉาก ส่วนตัวมองว่าในมังงะมีรายละเอียดปลีกย่อยบางอย่างที่ทำให้คนอ่านอย่างเราอยากรู้จักตัวละครแต่ละตัวมากขึ้น

อีกทั้งยังนำเสนอที่มาที่ไปของตัวละครได้เป็นอย่างดี ไม่ได้ยัดเยียด Background ดาร์กๆ บางอย่างในบางตัวละครลงมาเสียเท่าไร แต่ใช่ว่าในมังงะ จะดีหรือดูเราอวยจนเกินไป แต่เมื่อเทียบกับในซีรีส์นั้น เราคิดว่าในช่วงแรกซีรีส์อาจทำออกมายืดเยื้อไปซักนิด แต่ยังคงรายละเอียดบางอย่างเอาไว้ เพื่อขยายและปรับแก้จุดด้อยที่มีอยู่ในมังงะออกไป เราคิดว่าตรงจุดนี้ทำให้คนดูอย่างเรา เข้าใจที่มาที่ไปของจุดเริ่มต้นเรื่องได้ดี

นอกจากจุดเริ่มต้นของ ดู alice in borderland ในซีรีส์และมังงะ ที่แตกต่างกันแล้วนั้น ลำดับตัวละครบางตัวในเรื่องก็ปรากฏออกมาไม่เหมือนกัน ส่วนตัวเรามองว่าการเรียงลำดับของซีรีส์ดึงบทบาทบางตัวละครออกมาเร็วไปเสียหน่อย (อาจเพราะในซีรีส์ไม่สามารถใส่หรือยัดรายละเอียดปลีกย่อยได้เท่าในมังงะ) มันเลยทำให้เรามองมุมมองเรื่องราวในซีซั่น 2 เปลี่ยนไป เพราะคาดเดาไม่ได้ว่า ในซีซั่น 2 นั้นจะออกมาในรูปแบบไหน เพราะในซีรีส์คุณพี่เขาดึงเอาตัวละครสำคัญที่สุดออกมาก่อนซะงั้น

เราขออนุญาต (สปอยล์) และยกตัวอย่างตัวละครสำคัญที่ปรากฏออกมาก่อนเลยนั่นก็คือ มิร่า ในตอนสุดท้ายของซีรีส์ มิร่า ปรากฏตัวในฐานะเกม Master ที่ควบคุมและจัดการเกมในดินแดนมรณะแห่งนี้ แต่ในมังงะ มิร่า ปรากฏตัวเป็นคนสุดท้าย เพราะมิร่าเป็นคนที่มีบทบาทและเกี่ยวข้องกับตัวพระเอกมากที่สุด ซึ่งนั่นทำให้เราคิดต่อยอดตอนต่อไปของซีรีส์ในซีซั่น 2 ไม่ออก

Alice in Borderland มังงะ

ไม่เพียงแค่นั้นลักษณะเกมที่พระเอกและกลุ่มเพื่อนเล่นก็มีการปรับเปลี่ยนไปด้วยเช่นกัน โดยในตอนแรกของซีรีส์พระเอกกับกลุ่มเพื่อน เล่นเกมหาทางออกจากตึกที่ปิดตาย แต่ทว่าในมังงะ เกมแรกที่พระเอกเล่นคือ การตอบคำถามจากใบเซียมซี ซึ่งบทลงโทษคือ หากตอบคำถามที่เป็นตัวเลขผิด จะต้องรับลูกไฟเท่าจำนวนที่ต่างของผลลัพธ์ที่ได้

เช่น คำถามถามว่า จำนวนประชากรทั่วโลกมีจำนวนทั้งหมดกี่คน หากพระเอกตอบว่า 65,000,000 ล้านคน แต่ผลที่ได้คือ 68,000,000 คน ส่วนต่างระหว่างผลลัพธ์ จะกลายเป็นจำนวนลูกไฟที่พุ่งเข้ามาทำร้ายพระเอกและเพื่อนในทีม เป็นต้น แต่ในซีรีส์เกมแรกที่พระเอกเล่นคือ หาประตูทางออกที่ใช่ของห้องในตึกปิดตาย หากเลือกประตูผิดจะโดนเลเซอร์เจาะหัวจนตาย หากเลือกถูกจะได้ออกไปข้างนอกอย่างปลอดภัย ซึ่งทั้งสองเกมแตกต่างกัน

แต่สิ่งที่ทั้งสองเกมต้องการนำเสนอในตอนแรกเลยคือ ให้เรารู้ถึงลักษณะนิสัยของพระเอก และจริงๆ แล้ว ลักษณะนิสัย ความเก่งในด้านเล่นเกมของพระเอก ในมังงะกับซีรีส์ ก็ดูจะแตกต่างกัน ดูเหมือนว่าในซีรีส์พระเอกจะถนัดด้านการใช้สมองและตรระกะ แต่ทว่าในมังงะ พระเอกของเราถนัดการสังเกตผู้คนและสิ่งโดยรอบ กับ จิตวิทยา ซึ่งสองสิ่งนี้ มีผลต่อรูปแบบของเกมอีกด้วย

สิ่งสุดท้ายที่ดูเหมือนจะต่างกันระหว่างซีรีส์และมังงะ นั้นคือบุคลิกและลักษณะของตัวละครในเรื่อง โดยอย่างแรกเลยคือ พระเอก อะริสุ หรือ อลิส และกลุ่มเพื่อน ในซีรีส์เป็นกลุ่มคนที่มีอายุประมาณ 20 กว่า อยู่ในวัย First Jobber แต่ใน Alice มังงะ ทั้ง 3 คนยังเรียนอยู่ในมัธยมปลายอยู่เลย

ในส่วนของนางเอก อุซางิเอง ไม่ได้บอกอะไรแน่ชัด แต่ในมังงะ นางเอกก็เป็นนักเรียนมัธยมปลายเช่นกัน คนต่อมาคือ คุณชิบูกิ พนักงานสาวออฟฟิศที่ทำทุกอย่างเพื่อให้ได้ตำแหน่งมา ในซีรีส์ปู Background ชีวิตเธอดูน่าเศร้า และ ขมขื่นไม่ใช่น้อย กลับกันใน Alice มังงะ นั้นแทบไม่ได้กล่าวถึงภูมิหลังของเธอเสียเท่าไร รู้แค่ว่าเธอเป็นเด็กสาวบ้านนอกที่มีผมเรื่องความรักและฐานะ เธอทำทุกย่างเพื่อความทะเยอทะยานของตัวเอง อีกทั้งในมังงะ เธอดูเป็นคนที่อ่อนโยนและจิตใจดีกว่าในซีรีส์เสียอีก

ถัดมาเป็น คุณอัน ตำรวจสาว แผนกนิติเวต ในซีรีส์ดูเป็นคนลึกลับเซ็กซี่สาวผมสั้น แต่ทว่าใน Alice เวอร์ชั่นมังงะ เป็นสาวผมยาวที่ดูไม่ค่อยกล้าได้กล้าเสียกับเกมเสียเท่าไร ดูจะมั่นใจกับเกมที่ใช้สมองหรือร่วมมือกันเท่านั้น คนต่อมาคือ คุอินะ ในซีรีส์เป็นสาวสองที่น่าตาจิ้มลิ้ม
(บอกเลยว่าใครต่อใครโดนเธอตกจากซีรีส์มาแล้ว) แต่ในมังงะ เธอเป็นสาวสองผิวสีแทน ที่ดูสูงโปร่ง และ แข็งแรง ดูมีความห้าวหาญและยังคงมีความเป็นผู้ชายอยู่

สรุปแล้วเอาเป็นว่าส่วนตัวเรามองว่า Alice ฉบับมังงะ มีความ Detail มากกว่า อาจจะด้วยบทที่เป็นการ์ตูนเอง แต่สำหรับตัวซีรีส์ก็ทำออกได้ดีไม่แพ้กัน มีความปรับบริบทบางอย่างให้เข้ากับยุคกับสมัยมากขึ้น เพิ่มลูกเล่นหรือ BG ของตัวละครเข้าไป เพื่อทำให้ความหมายหรือสิ่งที่เนื้อเรื่องต้องการสื่อนั้น ชัดเจนและตอกย้ำกับคนดูได้ง่ายขึ้น

เอาเป็นว่าสนุกไม่แพ้กันเลย แต่ตอนจบจะเป็นอย่างไรนั้น อาจจะต้องรอดูในซีซั่น 2 กันต่อไป แต่บอกเลยว่า ถ้าใครได้อ่านตอนจบของ Alice in Borderland ในมังงะแล้วละก็ ถ้าชอบก็คือชอบเลย ถ้าไม่ชอบก็คือไม่รักเลยก็เป็นได้

ด้าน Plot และเนื้อเรื่อง มันก็คล้ายๆกับแนว Survival ทั่วไปที่ตัวเอกจะโดนดึงเข้าไปเล่นตามเกมที่ใครสักคนตั้งไว้ ได้พบเจอกับสถานการณ์ต่าง ๆ ได้เจอกับความสูญเสีย ได้เจอกับนู้นนี่นั้นตามแบบฉบับของเรื่องแนวนี้อะแหละ แต่ที่เป็นเอกลักษณ์ของเรื่องนี้ก็คือ Setting ที่ใช้ ‘ไพ่’ เป็นธีม ในเรื่องพวกอะริสึจะต้องเจอกับเกมต่างหลากหลายรูปแบบซึ่งจะแบ่งประเภทและความยากของเกมตามชนิดของไพ่

ดอกจิก = เกมที่ต้องร่วมมือกันถึงจะชนะ
ข้าวหลามตัด = เกมใช้สมองแบบ 300%
โพแดง = เกมที่เล่นกับหัวใจ ความรู้สึก การทรยศหักหลัง
โพดำ = เกมใช้กำลัง พลังกายจะตัดสินแพ้ชนะ
 
ส่วนเลขบนหน้าไพ่จะแทนระดับความยากไล่ตั้งแต่ 1-10 และ Jack, Queen, King ตามลำดับ

ดังนั้นเรื่องนี้จึงไม่เน้นใช้สมองอย่างเดียว จึงค่อนข้างรู้สึกสดใหม่อยู่ตลอดเวลา แต่จุดนี้เองก็อาจจะเป็นจุดที่ทำให้คุณรู้สึกไปไม่สุดได้เช่นกัน เพราะถ้าคุณตั้งเป้าหมายไว้ว่าอยากจะมาดูพระเอกโชว์กึ๋น คุณก็อาจจะผิดหวัง เพราะไม่ใช่ทุกเกมที่จะได้โชว์ หรือถ้าคุณอยากมาดูดราม่าหรืออะไรปวดตับๆ มันก็ไม่ใช่ทุกเกมที่จะเป็นแบบนั้น

ส่วนถ้าเทียบกับแนว Survival เรื่องอื่นแล้ว เรื่องที่พลุดขึ้นมาในหัวเป็นชื่อแรกๆก็คือ เกมเทวดา(As the Gods Will), Ousama Game และ Gantz โดยเรื่องนี้จะไม่โหดเท่าเกมเทวดา จะดูซอฟและดูง่ายกว่า คนที่ไม่ชอบฉากแหวะๆดูได้ไม่มีปัญหา ส่วนถ้าเทียบกับ Ousama Game ส่วนตัวคิดว่าเรื่องนี้ดีกว่า แล้วที่เอา Gantz มาเทียบเพราะมันคล้ายกันอยู่อย่างนึงคือ Gantz ถ้าคิดหนีออกจากพื้นที่จะหัวระเบิดตาย แต่เรื่องนี้จะโดยเลเซอร์ยิงทะลุหัวตาย มันให้ความรู้สึกที่คล้ายกันจริงๆ 555
 
ด้านบทและการกำกับ เนื่องด้วยบทดั่งเดิมค่อนข้างดีอยู่แล้ว ในช่วงต้นเรื่องจะไม่ค่อยบอกอะไรคนดูมาก แต่จะทิ้ง Hint เอาไว้เยอะอยู่ ซึ่งนี่เป็นจุดที่คงถูกใจสำหรับคนประเภทที่ดูแล้วคิดตาม เพราะในตอนต้นเรื่อง มันเดาไปได้หลายทางจริงๆ ว่าเบื้องหลังของเรื่องมันเป็นยังไง แต่น่าเสียดายที่ช่วงท้ายๆเรื่องเป็นกลับเป็นเกมที่ดึงอารมณ์ได้ไม่เท่ากับเกมก่อนหน้า ทำให้เวลาดูรวดเดียวแล้วเหมือนอารมณ์มันดรอปนิดๆ แต่อย่างไรก็ตาม จังหวะและการกำกับในภาพรวมก็ยังถือว่าดี ค่อนข้างสมู้ต ตัดจบตอนได้ตรงจังหวะและไม่น่าเบื่อเลย

Leave A Comment

Your email address will not be published. Required fields are marked *