Sleepy Hollow คนหัวขาดล่าคน หนึ่งในหนัง Drak Fantasy อีกเรื่องน่าจดจำของผู้กำกับ ทิม เบอร์ตัน

Sleepy Hollow (1999) : CineShots

Sleepy Hollow นั้นเป็น หนังดัดแปลงจากหนังสือ นวนิยาย ของ วอชิงตัน ไอร์วิง ปี1820 ที่สร้างชื่อให้กับตำนานผีหัวขาด ไล่ฆ่าผู้คน ชุมชนชาวดัดซ์เก่า แทรี่ทาวน์ หรือมีอีกชื่อว่าสลีปปี้ ฮอลโลว์ ผู้แต่งได้รับแรงบันดาลใจ มาจากช่วงยุคสงครามปฏิวัติ อเมริกา

ซึ่งมีทหารรับจ้าง เฮสเตียน ถูกลูกกระสุนปืนใหญ่ จนหัวขาด เพื่อนของเขาได้นำศพมาฝั่งยัง โบสถ์เมืองสลีปปี้ ฮอลโลว์ และมีตำนานว่าทหารผู้นี้ ฝืนจากความตาย เพื่อตามหาหัวของเขาที่หายไป 

จากตำนานมาสู่นวนิยาย จนพัฒนามาในรูปแบบสื่อต่างๆ โดยปี 1999 ทิม เบอร์ตัน ได้หยิบยกนวนิยายเรื่องนี้ มาสร้างเป็น หนังสยองขวัญ ด้วยสไตล์ของเขานั้นเอง ในเรื่องได้พูดถึงบริบท สังคมประเทศสหรัฐ อเมริกา ที่กำลังเข้าสร้างประเทศ ภายหลังจากเอาชนะ เจ้าอนานิคมอังกฤษ

ซึ่งในยุคนั้น ตามชนบทยังคงใช้วิธีชีวิตแบบเก่า ตามแบบฉบับชาวยุโรป ที่ใช้ความเชื่อทางศาสนา เป็นกฎเกณฑ์ของสังคมซะส่วนใหญ่ ทำให้มักจะเกิดตำนาน และความเชื่อมากมายขึ้นในยุคนั้น สิ่งที่เป็นคู่ขัดแย้งความเชื่อก็คือ วิทยาศาสตร์ อย่างตัวละครชายที่ชื่อ อิคาบอด เครน ที่เป็นตัวแทนของความเชื่อในยุคใหม่

ใช้หลักวิทยาศาตร์ เหตุและผล หาคำตอบกับปริศนา ที่คนในหมู่บ้านหาคำตอบกับ สิ่งลึกลับที่เกิดขึ้นภายในหมู่บ้าน ณ ช่วงเวลานั้นวิทยาศาสตร์ หรือวิทยาการต่างๆ ยังไม่แพร่กระจายไปทั่วประเทศ ทำให้ชาวบ้านเกิดความขัดแย้งขึ้นกับ เจ้าหน้าที่จากส่วนกลาง ที่ถูกส่งไปใน ชุมชนอันห่างไกลจากเมือง

จะสังเกตได้ว่า อิคาบอด มีสิ่งประดิษณ์มากมาย ในกระเป๋าของเขา ที่เป็นอุปกรณ์ช่วยสืบสวนของเขา ทุกการกระทำของเขา ทำเอาชาวบ้านยืนดูอย่างงุนงงกันเลยทีเดียว แต่กับบ้างเรื่องที่วิทยาศาสตร์เอง ก็ยังหาคำตอบกับเหตุการณ์ประหลาดไม่ได้ ซึ่งก็เป็นสิ่งที่หนังกำลังจะ สื่อสารกับเรา

Sleepy Hollow เรื่องย่อ เกี่ยวกับอะไรบ้าง ?

ในเวอร์ชั่นฉบับภาพยนตร์ ปี 1999 ทิมถึงกับได้เลือกนักแสดงนำชาย ตัวละคร อิคาบอด เป็น จอห์นนี่ เดปป์ เพราะเคยร่วมงานกันมาสองเรื่องก่อนหน้านี้ และได้สร้างชื่อให้ทั้งสองอีกด้วย ถือว่า จอห์นนี่ เดปป์ นั้นเป็นนักแสดงคู่บุญ ของเขาเลยก็ว่าได้ 

พอมาในเรื่องนี้ ตามนวนิยายเดิม บท อิคาบอด จะดูอัปลักษณ์ แต่ด้วย จอห์นนี่ เดปป์ ในขณะนั้นหล่อมาก ทางค่ายเองมองว่า จอห์นนี่ เดปป์ ดูหล่อเกินไป จึงมีนักแสดง อยู่หลายคน ที่ทางค่ายเลือกไว้

แต่ทิมเองกลับที่จะเลือก ป๊าเดปป์ นั้นเอง เป็นที่มาที่ไปก่อน จะเกิดหนังเรื่องนี้ขึ้นมา เนื้อเรื่องถูกปรับแต่งเนื้อหา ต่างออกไปจากฉบับนวนิยาย โดยใส่ความคิดสมัยใหม่ เข้าไปเพื่อให้คนดูยุคนั้น เข้าใจได้ง่าย เรื่องราวเกี่ยวกับ อิคาบอด เจ้าหน้าที่สืบสวนไฟแรง ที่เชื่อในหลักวิทยาศาสตร์ ที่อ้างอิงได้อย่างเดียว

ถูกส่งให้มาสืบคดี คนในหมู่บ้านถูกฆาตกรรมตัดหัว อย่างโหดเหี้ยม หมู่บ้านที่ชื่อว่า สลีปปี้ ฮอลโลว์ ในระหว่างที่ทำการสืบสวน ทำให้ภาพความทรงจำเก่าๆ กลับมาหลอกหลอนเขาอยู่เป็นประจำ การสืบสวน เริ่มชี้อะไรให้เห็นสิ่งที่ดำมืด ในจิตใจของผู้มีอำนาจ

เพราะคดีนี้นักสืบจากส่วนกลาง ไม่มีใครรอดกลับไปได้เลยซะคน จนกระทั่งเขาได้พบกับทหารม้าหัวขาดครั้งแรก นำแสดงโดย คริสโตเฟอร์ วอลเคน ทำให้ทุกสิ่งทุกอย่าง ที่เขาเชื่อนั้นพังหลง ผีปีศาจที่อยู่ในนิทาน สมัยเด็กนั้นกลับมาตัวตนจริง ขัดกับหลักวิทยาศาสตร์ที่เขาเชื่อ

ยิ่งเขาอยู่ในเมืองมากเท่าไร เรื่องในอดีตยังคอยตามหลอกหลอน เขาอยู่เสมอที่แม่ของเขาถูก จองจำในโรงฝั่งศพเหล็กข้างในมีหนามอันแหลมคม เพราะถูกเชื่อว่าแม่ของเขาเป็นแม่มด จนในที่สุดเขาก็ได้ไขคดี ถึงผีหัวขาดที่คอยออกฆ่าคนในหมู่บ้าน

เป็นฝีมือของคนที่ต้องการ ผลประโยชน์ของตัวเองและฆ่าปิดปากทุกคน ที่เกี่ยวข้องกับเหตุกาณ์ทั้งหมด โดยโยนแพะให้กับผีหัวขาด ทั้งหมดนั้นเป็นเพียงส่วนหนึ่ง ของเนื้อเรื่องทั้งหมดที่กล่าวไป

Sleepy Hollow หนัง ดาร์คแฟนตาซี ยอดเยี่ยมตลอดกาลได้อย่างไร ?

นอกจากชื่อผู้กำกับ เป็นตัวการันตีความสำเร็จแล้ว สิ่งที่เป็นเสน่ห์ในการ ทำหนังของผู้กำกับคนนี้ คือ การทำ Dark Fantasy ด้วยการ สอดแทรกงานศิลปะต่างๆ รวมถึงการเซตฉาก ก็เป็นไปตามที่เขาต้องการ ถึงขั้นยอมสร้างเมือง สลีปปี้ ฮอลโลว์ ขึ้นมาใหม่ยัง สถานที่โล่งในประเทศอังกฤษ ด้วยบรรยากาศที่เก่าแก่

ทำเอาชาวบ้านแถวนั้นรู้สึกสยองขวัญ ขึ้นมาทันที สไตล์ในหนังเรื่องนี้ คือ Greman Expressionism เหมือนในหนังเรื่อง The Cabinet of Dr. Caligari ที่แสดงถึงภาวะอารมณ์ตัวละคร ผ่านองค์ประกอบของฉาก ที่ดูบิดเบี้ยวไม่ปกติ โทนหนังดูหม่นหมอง มุกตลกปนเลือดสด

เป็นสไตล์งานของ ทิม ที่ดูเรื่องไหน ก็สามารถบอกได้เลยว่า เป็นผลงานของใคร การใส่งานศิลปะภาพวาดมาเป็นต้นแบบ ในการวางเฟรมภาพ องค์ประกอบภาพทุกอย่าง เหมือนอยู่ในภาพวาดสีน้ำมัน ทำให้เห็นการใส่ใจการทำงาน จึงเป็นผลสำเร็จที่เป็นตัวการีนตีความยอดเยี่ยม ที่ส่งต่อมาถึงปัจจุบัน

สิ่งที่หนัง ต้องการสื่อ ?

นอกจากประเด็นเรื่องผีหัวขาด ไล่ฆ่าผู้คนในเมืองแล้ว ยังมีเรื่องของความเชื่อ ของทั้งสองฝั่ง ระหว่างวิทยาศาสตร์และศาสนา ในชุมชนพื้นที่ห่างไกล มักจะสร้างกฎดูแล คนในหมู่บ้านกันเอง

โดยใช้ระบบอาวุโซและศาสนา เป็นปัจจัยช่วยเรื่องการปกครอง ตามท้องถิ่นต่างๆ เมื่อโลกเข้าสู่ช่วงยุคอุตสาหกรรม วิวัฒนาการความเจริญทางด้านความคิด มีมากขึ้นและคิดนอกกรอบ จากความเชื่อเดิมเดิมที่ขวางไว้ไม่ให้คน คิดนอกกรอบ

การทำนอกเหนือจากศาสนากำหนด เท่ากับผิดนั้นได้เริ่มเสื่อมลง ไปตามความเจริญทางความคิด ภายในเรื่องเอง การนำความเชื่ออย่างสุดโตงทั้งสองอย่าง จะนำพาไปสู่ความขัดแย้ง บ้างความเชื่ออาจจะเกิดขึ้นจริง อย่างในเรื่องที่มีผีหัวขาด วิทยาศาสตร์อาจไม่ใช่คำตอบทุกอย่าง

แต่ก็เป็นความสามารถ ที่จะช่วยอำนวยความสะดวกของมนุษย์ และจิตใจความคิดให้ดีขึ้น นับว่าเป็นการเสริมสร้างตรรกะทางความคิด ขึ้นในช่วงยุคการเปลี่ยนแปลง ทางสังคมและวัฒนธรรม ชี้ให้เห็นมุมมองของทั้งสองฝั่ง ที่คอยขัดแย้งด้วยกัน ตั้งแต่มนุษย์มีความคิดของตัวเอง อ่านต่อ